หนังดราม่า Drama หนังสยองขวัญ Horror หนังแอคชั่น Action

รีวิวหนังเรื่อง Underwater (2020) มฤตยูใต้สมุทร

Underwater (2020) มฤตยูใต้สมุทร  ลุ้นระทึกจนลืมหายใจไปกับ หนังใหม่ 2020 หนังเรื่องนี้เป็นหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ฟอร์มยักษ์ต้อนรับศักราชใหม่ เมื่อบางสิ่งถูกปลุกขึ้นจากการหลับใหลใต้มหาสมุทร พวกเขาจะเอาชีวิตรอดจากมันได้หรือไม่? พบคริสเต็น สจวร์ท กลับมารับบทนำในหนังบล็อคบัสเตอร์อีกครั้งใน Intro : เอาจริงๆหนังมันน่ากลัวมากเลยน่ะ มันคืออะไร ทำไมอยู่ในน้ำลึกได้ขนาดนี้ แต่เนื้อเรื่องง่อยมากๆ แต่ก็ยังดีที่ปีศาจน่ากลัวมาก ทึ่งมาก มาแต่ละทีทำเอาเสียวไปทั้งตัว แต่เสียอยู่อย่างเดียว ทำไมไม่เอาตัวใหญ่ออกมาตั้งแต่แรกวะ พออีปีศาจตัวใหญ่ออกมานิแบบ ว่าว อึ้ง ทึ่ง เสียว .. จุดเด่น : ปีศาจน่ากลัวมาก นางเอกก็แซ่บมากเช่นกันมันก็ดีแหละ น่ากลัว มาแต่ละทีทำเอาตกใจกันทั้งโรงหนัง.. จุดด้อย : เนื้อเรื่องน่าเบื่อมากไม่มีอะไรเลย น่าจะทำให้มันดีกว่านี้ แล้วสรุปมันคืออะไร ทำไม สรุปคือตายไปแบบไม่รู้อะไร จบเรื่องแบบปวดตับมากๆ.. สรุป : ง่วง แต่ปีศาจก็น่ากลัวใช้ได้เลย แต่มันขาดใจโว้ยยยย มันเกือบจะสุดแล้วละเสียตรงเนื้อเรื่องนี้ละ เนื้อเรื่องมันสั้นมาก อยากให้มันมีอะไรมากกว่านี้ เช่น มีการประสานงาน การช่วยเหลือ การวิเคราะห์ปีศาจว่ามันคืออะไร

Continue Reading
วิทยาศาสตร์ Sci-fi หนังดราม่า Drama

รีวิวหนังเรื่อง CODE 8 (2019) ล่าคนโคตรพลัง

Code 8 ล่าคนโคตรพลัง เป็นหนังไซไฟโดย บอกเล่าเรื่องราวในอนาคตที่ผู้คนบนโลก 4 เปอร์เซ็นต์นั้นจะถือกำเนิดมาพร้อมกับพลังวิเศษ แต่มันก็กลับทำให้เขาเหล่านี้กลายเป็นพลเมืองที่ถูกเหยียดหยาม และต้องใช้ชีวิตกันอย่างอัตคัด โดยตัวหนังจะเล่าเรื่องราวของสองพี่น้องที่ต้องออกมาปล้นด้วยการใช้พลังพิเศษ เรื่องราวความสนุกของหนังเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร Code 8 ล่าคนโคตรพลัง ภาพยนตร์ชนโรงแนว Sci-Fi ผสมดราม่าและ Thriller ความยาม 1 ชั่วโมง 40 นาที บอกก่อนว่าคุณภาพของหนังไม่ได้แย่ มีเอฟเฟกต์ตามเรื่องราว ความรู้สึกโดยรวมคือเหมือนกำลังดู X-men เวอร์ชั่นที่เบาลงมา พล็อตเรื่องเข้าใจง่ายดูไปได้เรื่อยๆ แบบไม่รู้สึกเบื่อหรือเสียดายเงิน CODE 8 ได้รีวิวจาd Rotten Tomatoes ค่อนข้างสวยงาม คือ 80% จากนักวิจารณ์และ 71% จากผู้ชม ซึ่งหลังจากที่เราดูหนังเรื่องนี้มาก็รู้สึกสมเหตุสมผลกับคะแนนได้ที่ได้ เป็นหนังเล่าเรื่องในอนาคตที่มีประชากรบางส่วนเกิดมาพร้อมกับพลังพิเศษ เช่น หลอมโลหะได้ด้วยมือเปล่า ปล่อยกระแสไฟ มีพละกำลังมากเหนือมนุษย์ปกติ เป็นต้น แต่ถึงคนเหล่าจะมีพลังพิเศษแต่กลับถูกต่อต้านจากทางการว่าเป็นกลุ่มคนอันตราย ต้องถูกกำจัดหรือหากอยากอยู่รอด ทำงานหาเลี้ยงชีพได้จะต้องเสียเงินไปขึ้นทะเบียนก่อน เปิดเรื่องด้วย “คอนเนอร์ รีด” (รับบทโดย Robbie Amell) ชายหนุ่มผู้มีพลังพิเศษในการปล่อยกระแสไฟแรงสูงได้เหมือนปิกาจู้ …

Continue Reading
หนังดราม่า Drama หนังสยองขวัญ Horror

รีวิวหนัง Brahms: The Boy 2 ตุ๊กตาซ่อนผี 2

รีวิวหนัง Brahms: The Boy 2 ตุ๊กตาซ่อนผี 2

การกลับมาอีกครั้งของเจ้าตุ๊กตาวินเทจแฝงพลังอาฆาตมาดร้าย หลังจากที่เคลมว่าภาคแรกประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี และเป็นหนังที่มีผู้คนกล่าวถึงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฉากตอนจบที่หักมุมได้อย่างเป็นตำนาน แต่การกลับมาครั้งนี้ของบราห์มส์นั้น ความน่าสนใจกลับลดลงไปอย่างเห็นใจได้ โดยเฉพาะเรื่องความสดใหม่ ที่ไม่ต่างกับหนังสยองขวัญเก่าๆ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว “Brahms: The Boy 2” ได้ผู้กำกับคนเดิม “วิลเลียม เบรนท์ เบลล์” กลับมาสานต่อความสะพรึง และยังได้นักเขียนบทคนเดิมกลับมาด้วย โดยเล่าเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้วกับตัวละครใหม่ๆ ของพ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่งที่ตัดสินใจย้ายออกจากเมือง มาอยู่บ้านแถบชานเมือง ในพื้นที่ใกล้กับคฤหาสน์ฮีลเชียร์ ลูกชายของพวกเขาที่ช็อกกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อหน้า ทำให้เขากลายเป็นเด็กเก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร และหยุดพูดไปกะทันหัน การย้ายบ้านใหม่ครั้งนี้ พวกเขาหวังว่าจะเป็นการเยียวยาสภาพจิตใจและความสัมพันธ์ของครอบครัวให้ดีขึ้น แต่ทุกอย่างเริ่มเลวร้ายลง เมื่อลูกชายเก็บตุ๊กตาที่ถูกฝังดินเอาไว้มาเป็นเพื่อนเล่น ทำให้การผูกสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับตุ๊กตากลายเป็นอิทธิพลดำมืดที่เข้าครอบงำ ที่ทำให้สถานการณ์บ้านทั้งหลังเริ่มลุกเป็นไฟ เมื่อตุ๊กตากลายเป็นผู้ตั้งกฏของบ้าน ทำให้พวกเขาต้องหาวิธีแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะสายเกินไป หนังเต็มไปด้วยปัญหารอยรั่วเต็มไปทั้งเรื่อง ไร้ความสมเหตุสมผล และเนื้อหาก็ยังดูเชยสะบัด เหมือนกับกำลังนั่งดูหนังสยองขวัญโทนเดิมๆ จากเมื่อสมัยปลายยุค 1990s หรือต้นยุค 2000s ที่ขาดมนต์ขลังและความสดใหม่ไปแล้วในปัจจุบัน เทียบอะไรไม่ได้กับหนังสยองขวัญยุคนี้ที่มักจะโดดเด่นเรื่องประเด็นและเนื้อหาที่หนักแน่นยิ่งขึ้น แต่ในหนังเรื่องนี้กลับไม่มี หลายๆ ฉากที่ปรากฏให้เห็นอยู่หนัง ล้วนแต่เป็นฉากที่เคยเห็นมาก่อนแล้วทั้งนั้น และอีกจุดที่น่าเสียดายก็คือก็สานต่อเรื่องจากจากภาคแรก ที่ถูกหยิบนำมาใช้ได้อย่างไม่คุ้มค่า ทั้งที่เคยปูเรื่องเอาไว้ได้ค่อนข้างน่าสนใจ กับฉากจบที่กลายเป็นที่โจษจันในหมู่คนดูหนัง แต่กลับมาในภาคต่อนี้ก็กลายเป็นเพียงหนังตุ๊กตาผีครอบงำแบบบ้าๆ บอๆ ที่ไร้ความน่สนใจไปในพริบตา ถึงแม้ว่าหนังจะมีความยาวไม่ถึง …

Continue Reading