ผจญภัย Adventure หนังตลก Comedy หนังแอคชั่น Action

รีวิวหนัง Bad Boys For Life แบดบอยส์ คู่หูขวางนรก ตลอดกาล

Bad Boys For Life แบดบอยส์ คู่หูขวางนรก ตลอดกาล

ถือว่าเป็นหนังตำรวจคู่หูสุดมันส์ในตำนานที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นมหากาพย์มีภาคต่อมากมายเหมือนเรื่องอื่น แถมแต่ละภาคยังห่างกันหลายปีด้วยซ้ำ โดยเฉพาะภาคนี้ที่ห่างจากภาค 2 ถึง 17 ปีเต็ม (ภาค 1 ปี 1995ม ภาค 2 ปี 2003) แต่ถ้าถามถึงหนังแอ็คชั่นคู่หูตำรวจ ต้องมีเรื่องนี้อยู่ในใจใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเพลงประกอบของ “ Inner Circle” ที่เอามาดัดแปลงใส่ในเพลงจนติดหูกับท่อนฮุคที่ว่า “Bad Boys Bad Boys, What you gonna do, What you gonna do When they come for you”

หนังเล่าเรื่องราวของสองตำรวจคู่หู ไมค์ และ มาร์คัส ที่จับคู่กับปราบปรามเหล่าร้ายมาเกินสิบปี แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น บวกกับครอบครัวของ “มาร์คัส” เริ่มมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นจนเขาต้องคิดถึงเรื่องการเกษียณ ผิดกับทางฝั่งของ “ไมค์” ที่ยังแข็งแรงและยังโสด “ไมค์” ยังอยากจะจับคู่ลุยแหลกในแบบฉบับ แบดบอยส์ ต่อไป แต่ “มาร์คัส” ไม่ต้องการ แต่เหตุการณ์ในอดีตกลับตามมาสร้างความปั่นป่วนให้กับ “ไมค์” จนทั้งสองต้องจับมือผนึกกำลังกันเพื่อ One Last Time

หนังไม่ได้เกริ่นเรื่องราวปูมหลังของสองภาคก่อนหน้าเยอะมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีผลเพราะภาคนี้มันเดินเรื่องแบบ stand alone ได้เลย เพราะหนังจะค่อยๆ เล่าเรื่องราวของตัวละคร ซึ่งภาคนี้จะเน้นไปที่เรื่องราวของ “ไมค์” มากกว่า โดยให่ “มาร์คัส” เป็นตัวช่วยส่งบทให้มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งสองคนนนี้รับส่งบทกันด้วยเคมีที่เข้ากันได้ดีมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว มาภาคนี้ถึงบทของ “มาร์คัส” จะเป็นตัวเสริมมากกว่าภาคก่อนๆ แต่ก็ถือว่าเป็ตัววเสริมที่ perfect matching จริงๆ

ในช่วงต้นของหนัง อาจจะยังไม่ได้เข้มข้นอะไรเท่าไหร่นัก เพราะหนังจะพาไปพบความเป็น Coming of Age ของทั้ง “ไมค์” และ “มาร์คัส” และความเป็นทีม “Bad Boys” ที่ถึงวันที่ต้องยอมรับว่า “ครอบครัวและวัย” มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของพวกเขาทั้งสองคน แต่พอหนังเปิดปมหลักของเรื่อง และเข้าสู่การไล่ล่าเท่านั้นแหละ โอ้โห…หนังใส่ฉากแอ็คชั่นเข้ามาแบบไม่ต้องลืมหูลีมตากันเลย เรียกว่า 1 ชั่วโมงแรก กับ 1 ชั่วโมงหลังนี่กลายเป็นหนังคนละม้วน แต่ด้วย “วัย” ของนักแสดงจริง คาดว่าถ้าให้ทั้งสองคนลุยกันเองทั้งเรื่องก็อาจจะไม่เหมาะ โดยเฉพาะ “Martin Lawrence” ที่หายหน้าหายตาไปจากจอนานมากกกก หนังเลยใส่บททีมผู้ช่วยที่ชื่อว่าทีม “AMMO” เข้ามาเพื่อให้แอ็คชั่นของหนังดูหนักหน่วงขึ้น ซึ่งความน่าสนใจของทีมนี้ คือจริงๆ แล้วแต่ละคนก็มีดีมาโชว์กันแต่ละอย่างที่เป็นองค์ประกอบให้หนังสมบูรณ์ขึ้น อาจจะไม่ได้เป็นตัวละครหลักอะไรมากมาย แต่ก็ช่วยหนังได้เยอะ โดยเฉพาะ การเอาหน้าคมๆ ของ “Vanessa Hudgens” มาโชว์สวยๆ ตลอดทุกฉาก 555

เอาจริงๆ ความมันส์ของภาคนี้อาจจะไม่ได้ระห่ำระเบิดเมืองเท่ากับสองภาคที่ผ่านมา แต่มันคือภาคที่บ่งบอกความเติบโตของตัวละครและทีม Bad Boys ได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้ามันคือภาคปิดตำนาน จะดีมาก แต่ผมหวั่นใจว่ามันจะกลายเป็นภาคที่จะถูกนำมาต่อยอดเป็นภาคต่อชุดใหม่อีกน่ะสิ เพราะตอนท้ายเรื่องก็เหมือนจะมีปูทางเปิดเอาไว้กลายๆ ด้วยนะ